• mr.zakkman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.zakkman@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 100052
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
รถซอกแซก
แนวคิดใหม่ของยานพาหนะส่วนตัว สำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/zokzak
วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม 2550
Posted by mr.zakkman , ผู้อ่าน : 3987 , 18:30:37 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อีกไม่นาน ประกาศของกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับสเปคของรถยนต์ไฟฟ้า จะมีผลบังคับตามกฎหมาย และผลของกฎหมายนี้ จะทำให้รถยนต์ไฟ้ฟ้าขนาดเล็ก หรือรถซอกแซกเกือบทั้งหมดที่ผมนำเสนอใน blog นี้ ไม่สามารถใช้งานบนถนนในประเทศไทยได้ แม้แต่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ขายดีที่สุดในโลกและได้รับรางวัลมาแล้วที่อังกฤษ ก็นำมาใช้ในเมืองไทยไม่ได้

รถพวกนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 50 สตางค์ต่อกิโลเมตร ไม่สร้างมลพิษทางอากาศและความร้อนให้ตัวเมืองเลย โดยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่โรงงานไฟฟ้าปล่อย CO2 ออกสู่บรรยากาศในชนบทน้อยกว่าที่รถยนต์ปัจจุบันปล่อยออกมาตามท้องถนนในใจกลางเมืองราว 4-5 เท่าเมื่อเทียบกับระยะทางที่วิ่งเท่ากัน แต่รถพวกนี้กลับไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้งานบนท้องถนนในเมืองไทย เพราะอะไรผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ

ลองมาดูกฎหมายที่กรมการขนส่งทางบกประกาศออกมากันครับ (ที่มา http://www.dlt.go.th/dltnews/2550/aug50/snv.html)

กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อ ต้องใช้มอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่า 15 กิโลวัตต์ และต้องวิ่งได้เร็วกว่า 45 กม./ชม. ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กๆพวกนี้ที่มีใช้งานในสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น เกือบทั้งหมดใช้มอเตอร์ที่ให้กำลังน้อยกว่านั้นมาก แต่ก็ยังวิ่งได้ 40-60 กม./ชม. และที่แปลกคือ บังคับให้รถสี่ล้อเล็ก รถส่วนบุคคล ใช้สเปคมอเตอร์เดียวกับรถบรรทุก รถบดถนน !!
หมายความว่า  แม้ผู้ผลิตจะออกแบบรถที่มีความเร็วตรงตามที่กรมฯต้องการแล้ว โดยใช้พลังงานน้อยหรือใช้มอเตอร์ขนาดเล็กได้ แต่กลับกลายเป็นถูกห้ามไม่ให้นำมาใช้งานบนถนนเมืองไทย ในขณะที่วิ่งได้ทั่วเมืองต่างๆในยุโรป

กรมฯยังกำหนดให้รถยนต์สามล้อใช้มอเตอร์ที่มีกำลังเพียงแค่ 4 กิโลวัตต์ขึ้นไปได้ และกำหนดความเร็วไว้เหมือนกัน
หมายความว่า  ถ้าใครคิดจะออกแบบผลิตรถในลักษณะโครงสร้างเปิดแบบรถสามล้อ แต่เพิ่มล้อให้เป็นสี่ล้อเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ก็จะถูกห้ามไม่ให้นำมาใช้งานบนถนนเอีกช่นกัน ทั้งที่เป็นการทำให้ปลอดภัยขึ้น (เพราะกฎหมายบังคับให้ต้องใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นอีกอย่างน้อย 4 เท่า)

ส่วนรถสกุตเตอร์ไฟฟ้าที่สั่งมาขายจากจีนมากมาย ราคาราวสองหมื่นบาท เกือบทั้งหมดจะใช้มอเตอร์ขนาด 0.3-0.4 kw. ก็จะต้องเปลี่ยนไปเป็น 0.6 kw. ขึ้นไป จึงจะตีทะเบียนได้ แล้วเลยขึ้นราคาเป็นสามหมื่น แต่กลายเป็นรถมีการทรงตัวแย่ลงเพราะไปทำให้ล้อมีน้ำหนักมากขึ้น


ที่จริงกำลังมอเตอร์และความเร็วของรถเป็นตัวแปรที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่แล้ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมกรมฯถึงต้องกำหนดบังคับทั้งสองตัว แทนที่จะบังคับความเร็วอย่างเดียว แล้วเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาการประหยัดพลังงานที่ทำให้ใช้กำลังของมอเตอร์น้อยลงได้ แต่การกำหนดแบบนี้เป็นการบีบสเปคให้แคบเกินความจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น กำหนดให้ใช้ภาชนะใส่น้ำที่ต้องจุได้มากกว่า 1 ลิตรและตัวภาชนะต้องสูงกว่า 30 ซม.เท่านั้น หมายความว่าผมไม่สามารถใช้ ขัน กาละมัง ชาม หรือภาชนะอย่างอื่นมาใส่น้ำได้เลย ของพวกนี้ก็หมดราคาไปโดยปริยาย ทั้งที่ตอบสนองความต้องการใส่น้ำได้ไม่น้อยกว่า 1 ลิตรเหมือนกัน ถ้ายิ่งบีบให้แคบลงมากๆ ก็คือเหมือนที่เขาเรียกว่า "ล็อกสเปค" นั่นแหละครับ

การที่กรมการขนส่งฯกำหนดสเปคให้แคบแบบนี้ ทั้งๆที่น่าจะมีสเปคของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกอยู่ในมือ และน่าจะได้ไปดูงานดูของจริงมาแล้วทั่วโลก (เพราะเป็นหน่วยงานทางยานยนต์ที่สำคัญที่สุดและมีงบมากที่สุดของประเทศ) คงต้องมีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติที่ประชาชนคนธรรมดาอย่างผมไม่เข้าใจเพราะมีความรู้และประสพการณ์ไม่มากนัก

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากกับเรื่องนี้ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่สนใจและหลงรักรถยนต์ไฟฟ้ามานานหลายสิบปี ตั้งแต่สมัยที่ GM เริ่มโครงการ EV1 เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมประเทศเราไม่สนับสนุนรถประเภทนี้แบบจริงๆจังๆเลยซักที เอาแต่สนับสนุนส่งเสริมการรับจ้างประกอบรถให้บริษัทต่างชาติอยู่นั่นแหละ บางเรื่องก็เหมือนจะพยายามเดินถอยหลัง คิดแล้วก็อยากหัวเราะ(ทั้งน้ำตา) เช่น ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าเก็บ 10% รถตุ๊กตุ๊กใช้น้ำมันเก็บ 5% รถกระบะดัดแปลงใช้เครื่องยนต์น้ำมันขนาดใหญ่ถึง 3 ลิตรเก็บเพียง 3% อย่างนี้ถ้าใครคิดจะทำรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าก็จะเสียภาษีหน้าโรงงานแพงกว่ารถตุ๊กตุ๊กที่ใช้น้ำมันถึงสองเท่า ทั้งต้นทุนระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าก็แพงกว่าอยู่แล้ว แค่เริ่มคิดก็เลิกทำไปได้เลย หรือในเรื่องข้อกำหนดของการรับจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ ถ้าจะผลิตรถไฟฟ้าสี่ล้อแทนรถสามล้อ ก็บังคับให้ต้องใช้มอเตอร์ใหญ่ขึ้นอีกกว่า 3 เท่าตัว ทำให้ต้องใช้ระบบควบคุมมอเตอร์ ใช้จำนวนแบตเตอรี่และทำโครงสร้างให้ใหญ่ขึ้นหนักขึ้นตามไปด้วย เฉพาะตัวมอเตอร์ขนาด 15 kw ก็มีน้ำหนักร่วมๆ 100 กิโลกรัมเข้าไปแล้ว หนักกว่าขนาดที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กๆที่มีวิ่งอยู่ทั่วโลกกว่า 3-4 เท่า ทั้งยังทำให้ราคารถแพงขึ้นอีกมาก การออกแบบเพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กน้ำหนักเบาแต่ปลอดภัยกว่ารถสามล้อและเหมาะสมจะวิ่งใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า แต่กลับจดทะเบียนตามกฎหมายไทยไม่ได้

ในสหรัฐฯและยุโรป รัฐบาลหรือเทศบาลท้องถิ่งจะพยายามอย่างมากที่จะออกกฎหมายให้ประชาชนสามารถพัฒนาหรือซื้อรถประเภทนี้มาใช้งานบนถนนทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันซึ่งก่อมลพิษให้ได้ มีการกำหนดประเภทของยานพาหนะขึ้นมาเป็นพิเศษ เช่น เป็นรถสี่ล้อเบา (Quadricycle) หรือ รถในชุมชน (Neighborhood Electric Vehicles : NEV) โดยให้เป็นรถประเภทที่ใช้ความเร็วต่ำและความเร็วปานกลาง (Low/Middle speed vehicles) ทั้งนี้เพราะรถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้จะวิ่งได้ไม่เร็วอยู่แล้ว โดยเขาจะกำหนดไว้ว่าต้องวิ่งไม่เร็วกว่า 40 หรือ 60 กม./ชม. รถประเภทนี้จะถูกจำกัดไม่ให้วิ่งบนทางหลวงหรือทางด่วนเพื่อความปลอดภัย และมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆต่ำเป็นพิเศษหรือยกเว้นไปเลย รวมทั้งภาษี ค่าจอดรถ ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้เกิดผู้ผลิตรถยนต์รายย่อยขึ้นในประเทศจนสามารถพัฒนาขึ้นเป็นผู้ผลิตและขายรถยนต์ขนาดเล็ก สามารถแบ่งตลาดจากผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ได้ ทำให้ประชาชนมีสินค้าที่ตรงความต้องการมาให้เลือกมากขึ้นและเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น

แต่ของเราดูมันจะกลับตาลปัตรกับเขาไปหมด จับเอารถยนต์ไฟฟ้าไปรวมกลุ่มกันหมด ทั้งรถเล็ก รถตู้ รถบรรทุก แม้แต่รถบดถนน กลายเป็นกำหนดให้ต้องวิ่งเร็วๆ ใช้กำลังเยอะๆ กรมการขนส่งฯคงมีเหตุผลเฉพาะตัว ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ อาจจะคิดว่ารถที่วิ่งช้าๆเกะกะถนนหรือเป็นตัวอันตรายก็ได้ ถ้าคิดเพียงแค่นี้ สงสัยว่ามาตรฐานความปลอดภัยของเราเหนือกว่าสากล เหนือกว่าสหรัฐฯ เหนือกว่ายุโรป และเราคงไม่ได้คิดออกกฎหมายข้อนี้มาเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือต้องการผลักดันให้เกิดการผลิตหรือใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเหมือนประเทศอื่นๆแน่ จะทำไปเพราะไม่รู้ว่าทั่วโลกเขาทำกันอย่างไรก็คงไม่ใช่ จะตั้งใจหรือจำใจทำไปเพราะโดนบังคับ หรือกลัวจะไปแย่งตลาดรถ eco-car ของบริษัทรถยนต์หรือเปล่าก็ไม่ทราบ

ถ้าเรายังโฆษณาว่าเป็น Detroit of Asia กรมการขนส่งทางบก สมควรต้องปรับเปลี่ยนนโยบายและการทำงานแบบเดิมๆที่บังคับควบคุมอยู่ภายในกรอบเก่าๆที่คับแคบ ให้มีแนวทางที่สร้างสรรค์และขยายกรอบความคิดให้ทันต่อสภาวะการณ์ต่างๆของโลกสมัยใหม่ให้มากขึ้น ต้องจริงจังกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ทำไมเราถึงยังเห็นรถกระบะในเมืองจำนวนมากที่ใส่กันชนหน้าเป็นท่อเหล็กขนาดยักษ์ไว้เหมือนกับรถที่ใช้ในสงครามหรือรถที่ใช้ในป่าและยังใส่กันชนหลังชุบโครเมี่ยมเป็นอุปกรณ์มาตราฐานจากโรงงานผู้ผลิตซึ่งสะท้อนแสงไฟจากหน้ารถที่ขับตามหลังได้ ผู้ผลิตรถกระบะบางรุ่นสามารถใส่ไฟหน้าจากโรงงานที่สว่างจ้าเข้าตารถสวนทางเพื่อเอาใจคนซื้ออยู่ได้ตั้งหลายปีจนรถเปลี่ยนรุ่นโดยไม่มีใครสามารถบังคับให้แก้ไขได้เลย รถมอเตอร์ไซต์รุ่นใหม่ๆบางรุ่นก็ยังมีลำแสงไฟหน้าเหมือนเปิดไฟสูงเข้าตารถสวนทางอยู่ตลอดวลา รถโดยสารขนาดใหญ่จำนวนมากที่วิ่งอยู่ทั่วประเทศมีโครงสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรงจนทำให้เกิดอุบัติเหตุในทางโค้งและทางลาดชันหลายครั้ง ทำไมเรายังได้เห็นข่าวรถเมล์เก่าๆแต่ทำสีใหม่ก็สามารถจดทะเบียนได้ แล้วก็ไปวิ่งเบรคแตกฆ่าคนตายกันอยู่หลายครั้ง และมาคราวนี้ทำไมเราไม่มีสิทธิ์ใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบที่ทั่วโลกเขาได้ใช้กัน

รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพวกนี้ ที่ผมเรียกเล่นๆว่า "รถซอกแซก" ซึ่งน่าจะเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุดในยุคนี้สำหรับการใช้งานในเมืองควบคู่กับระบบขนส่งมวลชนระบบราง ทั้งรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน เวลานี้หลายประเทศทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ได้เพิ่มมาตรการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการผลิตและใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้อย่างมาก แต่กฎหมายที่ออกใหม่ของกรมการขนส่งฯนี้ ทำให้เราไม่มีทางสามารถผลิตหรือนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กๆพวกนี้มาใช้งานในประเทศไทยได้แล้ว คงเหลือแต่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบราคาล้านสองล้านจากบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายกำลังเตรียมการผลิตและมีรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนบางรุ่นที่บางบริษัทเตรียมนำเข้ามาขายเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์กฎหมายนี้ได้ แต่ถ้าคนไทยจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กๆขึ้นมาเองก็ต้องส่งออกไปขายต่างประเทศทั้งหมดไม่สามารถจำหน่ายให้คนไทยด้วยกันใช้ได้

ทำไมคนไทยถึงไม่มีสิทธิได้ใช้รถประเภทนี้ล่ะครับ

กระทรวงพลังงาน บอก.. ต้องประหยัดพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน
กระทรวงอุตสาหกรรม บอก.. ต้องสนับสนุนให้มีการผลิตและใช้รถประหยัดน้ำมัน Eco-Cars
กระทรวงสิ่งแวดล้อม บอก.. ต้องช่วยกันต่อต้านภาวะโลกร้อน ลดปริมาณก๊าซ CO2
กระทรวงการคลัง บอก.. ต้องลดภาษีประจำปีให้รถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก
แต่..
กระทรวงคมนาคม บอก.. ถ้าจะใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่ใช้น้ำมัน ไม่ก่อมลพิษ จะต้องไม่ใช้รถคันเล็กๆแบบที่ประเทศอื่นๆเขากำลังใช้กันตอนนี้ ประเทศไทยต้อง(รอ)ใช้รถที่ให้กำลังสูงๆ(จากบริษัทรถยนต์รายใหญ่) เท่านั้น (เพื่อไม่ให้เกะกะถนนขวางทางรถที่ใช้น้ำมัน)

NO ELECTRIC CITY-CARS in THAILAND.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
franker วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/franker
มิตรภาพ...และ...ความหวัง

ผมค่อนข้างผิดหวังนะครับ เพราะว่า ตัวเลข 15 กิดลวัตรนี้

มาจากที่ทำงานผมเอง วึ่งมันก็คือ ข้อมูลสมัยก่อน ซึ่งโบราณมากๆ

เพราะเดี่ยวนี้เขาผลิตมเอตร์ที่มีประสิทธิภาพสูงๆ และกินไฟน้อยๆได้เยอะแยะแล้ว

ไม่น่าจะเอาข้อมูลโบราณๆ แบบนี้ มาใช้เลย และปัญหานี้ ก็มาจากการเมืองนั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
mr.zakkman วันที่ : 18/09/2007 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zakk
http://www.oknation.net/blog/zokzak

บังเอิญวันนี้ไปค้นเจอว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อยี่ห้อหนึ่งในจีน ใช้มอเตอร์ขนาด 15kw พอดีเลย คงบังเอิญน่ะครับ
ไม่รู้ว่าจะบังเอิญมีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีแผนจะขายรถ eco-car จากจีน ติดต่อเตรียมนำเข้ามาขายเป้นตัวเลือกด้วยหรือเปล่า
บังเอิญจริงๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mr.zakkman วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zakk
http://www.oknation.net/blog/zokzak

ขอเรียนถามผู้รู้ครับว่า กรณีกฎหมายลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแบบนี้แล้ว เรามีทางคัดค้านให้เปลี่ยนแปลงได้อย่างไรบ้างครับ และจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะแก้ไขได้เสร็จ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
lady วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 00.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladystudio

คิดไรอยู่อะ ถึงออกกฎแบบนี้มา ขอฟังเหตุผลหน่อยดิ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

แวะมาทักทายยามค่ำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คันทรี่แมน วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

ประเทศไทยจงเจริญ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติท่านขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงานและกลับบ้านวันละกี่กิโลเมตร
น้อยกว่า 10 กม.
50 คน
10-20 กม.
28 คน
20-30 กม.
13 คน
30-40 กม.
11 คน
40-50 กม.
16 คน
มากกว่า 50 กม.
46 คน

  โหวต 164 คน