• mr.zakkman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.zakkman@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 99875
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
รถซอกแซก
แนวคิดใหม่ของยานพาหนะส่วนตัว สำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/zokzak
วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม 2551
Posted by mr.zakkman , ผู้อ่าน : 2371 , 15:21:17 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้ BOI ไปร่วมจัดโรดโชว์เรื่อง Eco Car ที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ผมก็เลยขอมองต่างมุมเรื่องนี้ซะหน่อย แต่ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ได้เป็นปรปักษ์กับโครงการหรือใครในโครงการนี้ แต่อยากจะเสนอภาพอีกด้านหนึ่งที่มีลักษณะเหมือน "คนละเรื่องเดียวกัน" กับโครงการนี้

ในขณะที่รัฐบาลไทยผลักดันโครงการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กไปเรียบร้อยแล้ว มีการลงทุนจากบริษัทรถยนต์ทั้ง 7 รายประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท และจะผลิตรถยนต์ขนาดเล็กใช้เครื่องยนต์เบนซินความจุไม่เกิน 1.4 ลิตรออกมารวมกันเกือบ 1 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2013 เพื่อให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของผู้ผลิตรถยนต์ของโลก ตามเป้าการเป็น Detroit of Asia

รัฐบาลอิสราเอลก็เริ่มโครงการที่ร่วมลงทุนกับเอกชนและบริษัทรถยนต์เรโนลท์-นิสสัน ไปแล้วด้วยเช่นกัน ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีเติมไฟฟ้าทั่วประเทศภายในปี 2011 ซึ่งจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางได้ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายจะใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้ได้มากกว่า 5 แสนคันหรือราว 20% ของจำนวนรถยนต์ทั้งประเทศ

ความแตกต่างคืออะไร?

ประเทศไทยจะมีเงินทุนเข้ามาประมาณ 7 หมื่นล้านบาทและอีกหลายแสนล้านบาทจากการส่งออก แต่ก็มีเงินไหลกลับออกไปในรูปของค่าเครื่องจักร ชิ้นส่วน วัตถุดิบในการผลิต และผลกำไรของผู้ผลิต ซึ่งยังไม่มีการประเมินว่าจำนวนเงินแท้จริงที่จะตกอยู่ในประเทศไทยในรูปค่าจ้างแรงงาน ค่าซื้อชิ้นส่วนในประเทศ และภาษีทางการค้ากี่บาทกี่ตางค์

แต่แน่นอนว่า ถนนในเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯจะต้องรองรับรถยนต์เพิ่มขึ้นอีกหลายแสนคันต่อปี ซึ่งทุกคันใช้น้ำมันที่ต้องนำเข้า และพ่นมลพิษออกมาทุกวินาที

ที่นี้ไปดูอีกประเทศหนึ่งในอีกซีกโลก อิสราเอล


รถคันนี้ไม่มีช่องให้เติมน้ำมัน เสียบปลั๊กที่ไหนก็ได้ วิ่งได้ไกลร้อยกว่ากิโลเมตร หรือแวะเข้าสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ชุดใหม่ใช้เวลา 2-3 นาที  โดยเสียเงินค่าแบตเตอรี่ตามระยะทาง

รัฐบาลอิสราเอลและเอกชนร่วมกันลงทุนขั้นแรกราวหกพันล้านบาท เพื่อสร้างสถานีเติมไฟฟ้าในระยะเริ่มต้นจำนวน 250 สถานีภายในปี 2011 และเตรียมเพิ่มทุนอีกหลายหมื่นล้านเพื่อขยายจำนวนสถานีให้ได้ทั่วประเทศ บริษัทเรโนลท์ได้ลงทุน 2-3 หมื่นล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ให้โดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ในสถานีเติมไฟฟ้าภายในเวลาพอๆกับการเติมน้ำมัน! และนิสสันลงทุนร่วมกับ NEC ราว 4 พันล้านบาทเพื่อตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ได้ 100,000 กิโลเมตรหรือประมาณ 5 ปี (Forbes.com 19/5/08)

ตามแผนที่วางไว้ อีก 4-5 ปี ท้องถนนของประเทศอิสราเอลจะมีรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลมากถึงห้าแสนคันที่สามารถขับได้ทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเดิมน้ำมันและไม่พ่นมลพิษเลย !
โดยโครงการนี้มีเป้าหมายให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์เบนซิน ซึ่งจะทำให้การใช้น้ำมันที่ต้องนำเข้าลดน้อยลงเรื่อยๆ และช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน ซ้ำประเทศยังจะได้คาร์บอนเครดิตอีกด้วย

อะไรทำให้สองประเทศนี้ทำในสิ่งที่ต่างกันเหมือนคนละขั้ว?

ไทย ต้องการเป็นฐานการผลิตรถยนต์รูปแบบที่สอง(ต่อจากรถกระบะ)โดยอาศัยทุนและเทคโนโลยี่จากผู้ผลิต
ส่วน อิสราเอล ต้องการเป็นประเทศต้นแบบที่มีรถยนต์ไฟฟ้าใช้เดินทางได้ทั่วประเทศ และกำหนดสเปคเป็นมาตรฐานให้ผู้ผลิตทุกรายต้องทำตาม

ผมจะลองไล่ลำดับที่มาที่ไปทั้งหมดดู

ต้นคิด
ประเทศไทย เริ่มต้นความคิดมาจากผู้บริหารบริษัทขายรถยนต์และนักการเมือง
อิสราเอล มาจากนักบริหารธุรกิจระบบ IT แล้วไปชักจุงบริษัทรถยนต์และรัฐบาล
(ตรงนี้อาจจะเห็นคำตอบส่วนที่เหลือไปแล้วว่า คนขายของก็คิดเรื่องจะขายของ คนวางระบบก็คิดจะขายโซลูชั่นหรือการแก้ปัญหา)

วิธีการ
ประเทศไทย ลดภาษีเพื่อดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ มาสร้างโรงงานและจ้างคนงาน ผลิตสินค้าแล้วส่งออกต่างประเทศ เหมือนแบบที่เคยทำๆมาตลอดหลายสิบปี โดยมีเป้าหมายที่จำนวนการผลิตให้ได้มากที่สุด เพื่อขึ้นอันดับผู้ผลิตรถยนต์ของโลก และเพื่อหวังรายได้จากเงินลงทุนให้มากที่สุด
อิสราเอล ลงทุนร่วมกันทั้งรัฐบาลกับเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ เพื่อรองรับให้เกิดการใช้รถยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมันและไร้มลพิษให้ได้ แม้จะเริ่มจากรถยนต์เพียงยี่ห้อเดียว (ที่ยอมลงทุนเองเกือบสามหมื่นล้าน) โดยตั้งเป้าหมายจะเป็นต้นแบบของการเป็นประเทศที่เลิกใช้รถยนต์เบนซินให้กับประเทศอื่นๆทั้วโลก

ผลที่ได้
ประเทศไทย มีรายได้จากภาษี และเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น แต่กลับต้องเสียเงินแก้ปัญหาเรื่องรถติด การขาดดุลจากค่าน้ำมัน และปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเช่นกัน
อิสราเอล มีรายได้จากภาษีรถยนต์ไฟฟ้าไม่มาก เนื่องจากเก็บเพียง 10% ของรถยนต์ธรรมดา แต่จะได้ประโยชน์จากการเกิดธุรกิจที่มีขนาดหลายแสนล้านบาท มีธุรกิจย่อยเป็นสถานีเติมไฟฟ้าที่มีขนาดพื้นที่พอๆกับธุรกิจบริการล้างรถเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ และถ้าประสบผลสำเร็จก็จะเป็นต้นแบบของประเทศอื่นๆ สามารถขายระบบเปลี่ยนสลับแบตเตอรี่ได้เป็นเงินมหาศาล และยังเป็นชื่อเสียงของประเทศ ได้คาร์บอนเครดิตที่จะมีผลต่อการส่งออก โดยเฉพาะเมื่อสหภาพยุโรปมีการใช้ภาษีศุลกากรพิเศษทางมลพิษอีกด้วย ประชาชนก็ยังมีชีวิตที่ดีขึ้นจากมลพิษที่น้อยลง

เรื่องที่น่าสังเกตุคือ โครงการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศของอิสราเอลนี้จะเริ่มใช้ได้ในปี 2010 และในประเทศเดนมาร์กในปี 2011 ถ้าโครงการนี้ประสพความสำเร็จจนประเทศต่างๆนำไปใช้ จะทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ(หลังจากรัฐบาลอุดหนุน)เท่ากับหรือถูกกว่ารถยนต์เบนซินแถมยังเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางน้อยกว่าค่าน้ำมันรถแบบเดิม

ประเทศไทยจะขาย Eco car ที่จะผลิตออกมาไม่ต่ำกว่าปีละกว่า 7 แสนคัน ให้กับใคร?

สหรัฐฯก็ไม่มีตลาดรถขนาดจิ๋วแบบนี้ (ไม่เหมือนรถกระบะที่สหรัฐฯใช้มากที่สุดในโลก) ยุโรปก็จะมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและรถลูกผสมรุ่นใหม่ของตัวเองและของญี่ปุ่นลงตลาดภายในสองปีหน้า ส่วนญี่ปุ่น เกาหลี จีน มาเลเซีย อินเดีย ก็มีรถแบบนี้ที่เป็นแปรนด์ระดับโลกและผลิตในประเทศของเขาเองแล้วทั้งนั้น แถมถูกกว่ามาก และยังมีรถยนต์ไฟฟ้าด้วย ทีนี้เราก็อาจจะขายได้บ้างในบางประเทศ เข่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม อีกสองปี คงต้องรอดูกันว่าจะเป็นยังไง

พอถึงเวลานั้นอาจต้องรื้อโครงการทิ้งแล้วเริ่ม(ตามหลังคนอื่น)ใหม่ ก็เป็นผีตายซ้ำตายซาก ไม่ได้ผุดได้เกิดกันเสียที !

ดูเหมือนการคิดโครงการระดับชาติโดยการคำนวณจากตัวเลขทางธุรกิจเป็นหลัก จะไม่สร้างสรรค์ ล้าหลังและอาจจะล้มเหลวได้ เมื่อเทียบกับโครงการที่คิดล่วงหน้าถึงเรื่องการแก้วิกฤติของโลกและคุณภาพชีวิต ที่สามารถขยายเป็นโครงการระดับโลกได้

Eco Car ที่ตั้งโจทย์ด้วยเรื่องของ cc & Size (ที่โต้เถียงกันเอาเป็นเอาตายว่ารถจะยาว 3.5 หรือ 4 เมตร เครื่องยนต์จะเป็น 1200 หรือ 1500 cc.) เป็นวิธีคิดแบบเก่าและล้าสมัยไปแล้ว
Eco Car สำหรับปัจจุบันและอนาคต ต้องวัดด้วย Energy & Emission เท่านั้น

แต่ทั้งสองโครงการขนาดยักษ์ที่ยกมานี้ มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ จะเริ่มเกิดขึ้นได้ ต้องผ่านการเห็นชอบและสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผู้บริหารประเทศเท่านั้น ส่วนใครจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอะไร ก็ขึ้นกับวิสัยทรรศน์ ความฉลาด และอาจมีเรื่องของความต้องการส่วนตัวเป็นปัจจัยชี้ขาด !!





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
franker วันที่ : 30/03/2011 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/franker
มิตรภาพ...และ...ความหวัง

ส่งเสริม 1 ตำบล 1 โรงไฟฟ้าครับ มีตัวอย่างแล้ว

ปลูกป่า 1000 ไร่ ทุกๆ ตำบล จะทำให้มีเชื่อเพลิงพอเพียงผลิตไฟฟ้าใช้ได้ทั้งตำบลเลยครับ

แล้วเดี่ยวนี้ มีระบบ ที่ผลิตได้ โดยไม่ก่อมลพิษด้วย หรือก่อ ก็ น้อยที่สุด

แต่ได้แค่ฝันครับ รัฐบาล ไม่เอาด้วยหรอก ดครงการเล็กๆ แบนี้ กินรวบ ยาก......

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
mr.zakkman วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zakk
http://www.oknation.net/blog/zokzak

อันนั้นคงเป็นปัญหาของการผลิตไฟฟ้ามั้งครับ ยังไงก็ต้องหาวิธีผลิตไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดให้ได้ เป็นเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานด้วย
ขณะนี้ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ แต่ต่อไปจะใช้นิวเคลียร์+ถ่านหิน+ก๊าซธรรมชาติ หรือใช้กังหันลมกับพลังงานแสงแดดขนาดเล็กกระจายทั่วประเทศก็ได้ ขอให้มีไฟฟ้าใช้ รถซอกแซกก็วิ่งได้
ในยุโรป เช่น เยอรมัน เกือบครึ่งของไฟฟ้าผลิตจากพลังงานธรรมชาติ อย่างกังหันลมและแสงแดด แบบนี้ก็เท่ากับรถไฟฟ้าวิ่งด้วยพลังงานลมครึ่งหนึ่งเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
kokuril วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kokuril

เสนอความคิดเห็นนิดนึงนะครับ

โดยส่วนตัวแล้วผมก็สนใจในเรื่องรถประหยัดพลังงาน และลดมลภาวะ

รถยนต์ไฟฟ้าก็ดีตรงลดมลภาวะ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เราจะเอาพลังงานไฟฟ้ามาจากไหน ซึ่งทางเลือกที่มีอยู่คือ
โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
โรงไฟฟ้าถ่านหิน

ส่วนที่ว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำนั้น ผลิตได้ไม่ถึง 10% ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งประเทศเลยครับ
พลังงานไฟฟ้าจาก แสงสว่าง ลม ,ฯลฯ ยังไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์

โรงไฟฟ้าที่ใช้แก๊สธรรมชาติ ตอนนี้แก๊สธรรมชาติบางทียังส่งมาไม่พอผลิตเลยครับ

ตอนนี้แหล่งพลังงานที่มีอยู่มากก็มีจากถ่านหิน และ นิวเคลียร์ ซึ่งน่าจะพอใช้ในช่วงอายุเรา
แต่ทีนี้ ถ้าจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็โดนประท้วง
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็คงโดนประท้วงอีกเช่นกัน
แล้วทำยังไงกันดีล่ะ เนี่ย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
capt วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/evcar


ผมเป็นอีกคนที่สนใจขับรถไฟฟ้ามากครับ และ นี่เป็นอีกทางเลือกที่ เราเลือกได้ ครับ ตามลิงค์ เลยครับ อยากขับมาก แต่หยุดการผลิตจนปลายปีหน้า แต่มีอุปกรณ์ รถไฟฟ้า ครบเซ็ต ตาม เสปค กรมขนส่ง
อยากให้มี กลุ่มคน อยกาใช้รถไฟฟ้ามากๆ นะ ครับ
http://www.c-fee.com/thai/news-01.html

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
กิมท้ง วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 09.53 น.

ถ้าจะดีต้องสรุปตรงที่
"ไทยทำไทยใช้เอง มิต้องกลัวเกรงเงินทองหมุนไป
หากไทยไม่ช่วยไทย ก็แล้วใครจะมาช่วยเรา
ไทยช่วยไทย อุดหนุนไทย ไทยพวกเรา"

หายใจด้วยจมูกตัวเองดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 



v
v
v

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
mr.zakkman วันที่ : 30/05/2008 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zakk
http://www.oknation.net/blog/zokzak

วันนี้ผมเพิ่งดูข่าวว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการใช้ E85 รวมถึงราคารถประเภทนี้ด้วย แต่มีเสียงทักท้วงจากบางหน่วยงานของรัฐบาลเอง ว่าต้องไม่กระทบกับโครงการ eco car

ทำให้ผมไม่เข้าใจและตามวิสัยทัศน์ท่านไม่ทันอีกแล้ว ว่าทุกโครงการใหม่ๆจะขัดผลประโยชน์ของ eco car ไม่ได้แม้แต่นิดเดียวเลยหรือ

eco car เนี่ยมีเป้าผลิตเกือบล้านคัน ส่งออกเกินครึ่ง แต่รถ E85 ที่จะนำเข้าหรือผลิตมาขายให้คนไทย จะมีซักกี่พันกี่หมืนคัน ทำไมท่านต้องไปเป็นห่วงแทนบริษัทรถยนต์ตั้งแต่ไก่โห่มากขนาดนั้นก็ไม่รู้

แบบนี้รถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กๆของผม เขาจะยอมให้เกิดหรือครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
yellowfin วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tunashow

เห็นด้วยครับ ประหยัดเงินตรานำเข้าน้ำมัน รักษาสิ่งแวดล้อมเพราะไม่มีควันพิษ ลดอุบัติเหตุเพราะขับเร็วไม่ได้ เขามี Vision ไกลกว่าเราจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ผมเห็นว่าเมืองไทย น่าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะเหมาะสมและ
ไม่ต้องใช้น้ำมัน ... มิฉะนั้น อีกไม่กี่ปี ก็จะ
อายประเทศอิสราเอลและลาว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
feng_shui วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เห็นด้วยคร๊าบบบบบบบบบบบบบบ
กับEnergy & Emission index

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
INDYLOVE วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

อืม...น่าคิดนะคะ ...คุ้มหรือไม่คุ้มต้องคิดกันดีๆ ค่ะ
ประเทศไทยจะขาย Eco car ที่จะผลิตออกมาไม่ต่ำกว่าปีละ 7 แสนกว่าคัน ให้กับใคร?

ถึงเวลานั้นอาจต้องรื้อโครงการทิ้งแล้วเริ่ม(ตามหลังคนอื่น)ใหม่ ก็เป็นผีตายซ้ำตายซาก ไม่ได้ผุดได้เกิดกันเสียที !

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นามปากหมา วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pigcy
หมีเอสปาด้า

เจ๋งดีแฮะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติท่านขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงานและกลับบ้านวันละกี่กิโลเมตร
น้อยกว่า 10 กม.
50 คน
10-20 กม.
28 คน
20-30 กม.
13 คน
30-40 กม.
11 คน
40-50 กม.
16 คน
มากกว่า 50 กม.
46 คน

  โหวต 164 คน