*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 424
  • จำนวนผู้ชม : 526918
  • จำนวนผู้โหวต : 120
  • ส่ง msg :
  • โหวต 120 คน
งานไทยเฟส บาด ฮอมบวร์ก ประเทศเยอรมัน 2007

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


มาที่บ้านใหม่หลังนี้ คุณชอบอะไรภายในบ้านนี้
ท่องเที่ยว
15 คน
มุมสบาย
7 คน
มุมเพลงไทย
42 คน
มุมเพลงสากล
14 คน
เรื่องทั่วๆไป
10 คน

  โหวต 88 คน
วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม 2553
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 2938 , 00:09:20 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เตาะแตะ โหวตเรื่องนี้

รัชกาลที่ ๗ เสด็จตรวจงานการก่อสร้างสะพานพุทธ


ภาพนิ่งพระราชพิธีเปิดสะพานพุทธเพื่อเฉลิมพระนคร พ.ศ.๒๔๗๕


รัชกาลที่ ๗ ทรงเสด็จพระราชดำเนิน
ทำพิธิเปิดใช้สะพานพุทธ ในปี พ.ศ.๒๔๗๕
Image

หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสและอิตาลี่ลงข่าวเรื่องพระราชพิธีเปิดใช้สะพานพุทธ
Image

Imageงานสมโภชกรุงครบรอบ ๑๕๐ ปี พ.ศ. ๒๔๗๕
และพระราชพิธีเปิดใช้สะพานพุทธ













เพลงชาติไทย ปี พ.ศ.๒๔๗๕



เพลงชาติไทย ฉบับพ.ศ.๒๔๗๕
โดยพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) เป็นผู้แต่งทำนอง
ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง
เนื้อร้องที่ขุนวิจิตรมาตราประพันธ์และแก้ไข
เมื่อมีการประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการในปี พ.ศ.๒๔๗๖

แผ่นดินสยาม นามประเทือง ว่าเมืองทอง
ไทยเข้าครอง ตั้งประเทศเขตต์แดน สง่า
สืบเผ่าไทย ดึกดำบรรพ์ โบราณลงมา
รวมรักษาสามัคคีทวีไทย
บางสมัยศัตรู จู่โจมตี
ไทยพลีชีพ ร่วมรวม รุกไล่
เข้าลุยเลือด หมายมุ่ง ผดุงผะไท
สยามสมัยบุราณรอด ตลอดมา

อันดิน สยาม คือว่า เนื้อของเชื้อไทย
น้ำรินไหล คือว่าเลือด ของเชื้อข้า
เอกราษฎร์ คือเจดีย์ ที่เราบูชา
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
รักษาชาติ ประเทศ เอกราชจงดี
ใครย่ำยี เราจะไม่ ละให้
เอาเลือดล้าง ให้สิ้น แผ่นดินของไทย
สถาปนาสยาม ให้เทอดไทย ไชโย

Image
ขุนวิจิตรมาตรา(สง่า กาญจนาคพันธุ์)
(เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 ถึงแก่กรรม 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2523)
เป็นผู้สร้างหนัง ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ผู้ประพันธ์เพลงต่างๆ หลายเพลง
ซึ่งรวมถึงเนื้อร้องเพลงชาติไทยฉบับแรกสุดในปี พ.ศ. 2475 และเป็นผู้แต่งหนังสือต่างๆ
หลายเรื่อง เช่น หลักไทย ภูมิศาสตร์สุนทรภู่ เป็นต้น นับได้ว่าเป็นนักคิด นักค้นคว้า
และนักเขียนสำคัญคนหนึ่งของ ยุครัตนโกสินทร์

ขุนวิจิตรมาตราเกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 มีบิดาชื่อ ขุนสารการ (ทองดี) อาชีพรับราชการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้พิพากษา มารดาชื่อ พับ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แล้วเข้ารับราชการเป็นล่ามภาษาอังกฤษในกรมแผนที่ กระทรวงกลาโหม เมื่อ พ.ศ. 2463 ต่อมาในปี พ.ศ. 2467 จึงได้รับโอนย้ายไปรับราชการในกระทรวงพาณิชย์ จนเกษียณอายุในตำแหน่งหัวหน้ากองมาตราชั่งตวงวัดเมื่อปี พ.ศ. 2500
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%28%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%29

Image
พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ชื่อเดิม ปีเตอร์ ไฟท์ (Peter Feit)
เกิดวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 ถึงแก่กรรม 25 ธันวาคม พ.ศ. 2511
เป็นบุคคลสำคัญในวงการดนตรีของประเทศไทย
ผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการบันทึกเพลงไทยเดิมด้วยโน้ตเพลงสากล
และเป็นผู้วางรากฐานวงดุริยางค์ทหาร อากาศและวงดุริยางค์ตำรวจ

พระเจนดุริยางค์เกิดที่ตำบลบ้านทวาย จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของนายยาคอบ ไฟท์ (Jakob Feit) ชาวเยอรมันกับนางทองอยู่ ชาวไทยเชื้อสายมอญ มีภรรยาสามคนคือนางเบอร์ธา นางบัวคำและนางลิ้ม มีบุตรธิดารวมทั้งสิ้น 10 คน พระเจนฯ เริ่มเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก เมื่อ พ.ศ. 2433 และจบการศึกษาหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2433 พระเจนฯ เริ่มเรียนดนตรีกับบิดาเมื่ออายุ 10 ขวบ ต่อจากนั้นได้ศึกษาดนตรีด้วยตนเองมาโดยตลอดจนมีความรู้และความชำนาญในการดนตรีอย่างแตกฉาน
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_%28%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%29ประวัติธงชาติไทย


Image

ธงชาติไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์
มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ใช้สีหลักในธง 3 สี คือ สีแดง ขาว และน้ำเงิน ภายในแบ่งเป็นแถบ 5 แถบ
แถบในสุดสีน้ำเงิน ถัดมาด้านนอกทั้งด้านบนและล่างเป็นสีขาวและสีแดงตามลำดับ
แถบสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่กว่าแถบสีอื่นเป็น 2 เท่า ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์นั้น
หมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทยคือ
1.ชาติ (สีแดง)
2.ศาสนา (สีขาว)
3.พระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน)
สีทั้งสามนี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ (ไตร = สาม, รงค์ = สี)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ใช้ธงนี้เป็นธงชาติไทย
(ขณะนั้นยังเรียกชื่อประเทศว่าสยาม) เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ.2460
เพื่อแก้ไขปัญหาการชักธงช้างเผือก (ซึ่งใช้เป็นธงชาติมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4)กลับด้าน
และเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร

Image
ในพระราชนิพนธ์ "เครื่องหมายแห่งไตรรงค์"
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ พ.ศ. 2464 ได้นิยามความหมายของธงไตรรงค์ไว้ว่า
สีแดง หมายถึง เลือดอันยอมพลีให้แก่ชาติ
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนาและธรรมะ
สีน้ำเงิน หมายถึง สีส่วนพระองค์ขององค์พระมหากษัตริย์
แม้นิยามดังกล่าวจะไม่ใช่คำอธิบายที่ทรงประกาศให้ใช้อย่างเป็นทางการ
แต่ทั้ง 3 สิ่งนี้คืออุดมการณ์รัฐที่พระองค์ทรงปลูกฝัง
เพื่อให้คนไทยเกิดสำนึกความเป็นชาตินิยมมาตลอดรัชสมัยของพระองค์

ธงชัยเฉลิมพลของกองทหารอาสาในสงครามโลกครั้งที่ 1
ด้านหน้า
Image

ธงชัยเฉลิมพลของกองทหารอาสาในสงครามโลกครั้งที่ 1
ด้านหลัง
Image

Image
ทหารอาสาของไทย ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2462
โดยอัญเชิญธงชัยเฉลิมพล ซึ่งเป็นธงชาติที่รัชกาลที่ 6
โปรดเกล้าให้ใช้เป็นธงชัยเฉลิมพลประจำกองทหาร

Image

กำเนิดของธงสยาม
ประวัติศาสตร์การใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย สามารถสืบได้ความแต่เพียงว่า
ไทยได้ใช้ธงสีแดงเป็นเครื่องสำหรับเรือกำปั่นเดินทะเลทั่วไปมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
และยังไม่ได้มีธงชาติไว้ใช้ดังที่เข้าใจในปัจจุบัน
ในจดหมายเหตุต่างประเทศแห่งหนึ่งได้กล่าวว่า
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา(พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231)
เรือค้าขายของฝรั่งเศสลำหนึ่งได้เดินทางมากรุงศรีอยุธยาเมื่อมาถึงที่ป้อมแห่งหนึ่งของไทย
เรือฝรั่งเศสก็ชักธงชาติของตัวเองขึ้น ฝ่ายไทยยิงสลุตคำนับตามธรรมเนียม
แต่เมื่อฝ่ายไทยชักธงขึ้นตอบบ้าง ฝ่ายฝรั่งเศสกลับไม่ยิงสลุตคำนับตอบ
เพราะได้ชักเอาธงชาติฮอลันดา(เนเธอร์แลนด์) ขึ้นเหนือป้อม
ด้วยเหตุว่าไทยไม่มีธงชาติของตนใช้
(ขณะนั้นฝรั่งเศสกับฮอลันดาเป็นศัตรูกัน) ฝ่ายไทยได้แก้ไขปัญหา
โดยชักผ้าสีแดงขึ้นแทนธงชาติฮอลันดา
ฝรั่งเศสจึงยอมยิงสลุตคำนับตอบเหตุการณ์ดังกล่าว
จึงถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ธงชาติไทย

พัฒนาการของธงชาติไทย
Image
ใช้เป็นธรรมเนียมสืบมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
สมัยอยุธยา - พ.ศ. 2325 (ธงเรือหลวง)
สมัยอยุธยา - พ.ศ. 2398 (ธงเรือเอกชน)

Image
พ.ศ. 2325 - 2360
พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

Image
พ.ศ. 2360 - 2398
พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

Image
พ.ศ. 2398 - 2459
พระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม รศ. 110

Image
พ.ศ. 2459 - 2460
พระราชบัญญัติธง ร.ศ. 129 (ธงราชการ)
พระบรมราชโองการประกาศเพิ่มเติมและแก้ไขพระราชบัญญัติธง ร.ศ. 129 พ.ศ. 2459

Image
พ.ศ. 2459 - 2460
พระบรมราชโองการประกาศเพิ่มเติมและแก้ไขพระราชบัญญัติธง ร.ศ. 129 พ.ศ. 2459

Image
พ.ศ. 2460 - ปัจจุบัน
พระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช 2460
พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479
พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522

การ ชัก ใช้ และแสดงธงชาติไทย
ในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงปกครองนั้น การประดับ ชัก ใช้ และแสดงธงชาติด้วยวิธีการต่างๆ มักเป็นไปตามธรรมเนียมที่ใช้สืบต่อกันมาไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ที่แน่นอนแม้จะเริ่มมีการจัดระเบียบธงด้วยกฎหมายต่างๆ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2434 เป็นต้นมาก็ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการชัก ใช้ และแสดงธงอย่างชัดเจนนัก

จนกระทั่งในปี พ.ศ.2479 รัฐบาลไทยจึงเริ่มจัดระเบียบการใช้ธงชาติขึ้นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก โดยออกระเบียบการชักธงชาติสยามประกอบอยู่ในพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช 2479 ปรากฏในในมาตรา 17-20 บทบังคับทั่วไปได้กล่าวถึงระเบียบการชักธงชาติและข้อควรปฏิบัติต่อธงชาติและในบทกำหนดโทษท้ายพระราชบัญญัติ ในมาตรา 21-23 ก็ได้กำหนดโทษของผู้ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามบังคับ มีทั้งปรับเป็นเงิน จำคุก หรือทั้งปรับทั้งจำ หนักเบา แล้วแต่ความผิดที่ได้กระทำ ซึ่งต่อมาก็ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับต่างๆ อีกหลายฉบับ

ขอขอบคุณข้อมูล
พิพิธภัณฑ์ธงชาติสยาม : http://www.siamflag.org
รายละเอียดเพิ่มเติมธงชาิติไทย : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2ประเพณีสงกรานต์
Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

สาวรำวง จังหวัดภูเก็ต
Imageสุทธิสาร ซ.39 ปี ค.ศ.1963
Image

สาธรปี ปี ค.ศ.1978
Image

ปี ค.ศ.1946
Image

โรงแรมรัตนโกสินทร์
Image

Image

สะพานผ่านพิภพลีลา
Image

อาภัสรานางงามจักรวาลคนแรกของไทยเมื่อปี ค.ศ.1965
Image

ถ่ายที่อเมริกาตอนได้ตำแหน่งใหม่ๆ
Image

ถ่ายคู่กับผู้ว่ารัฐฟลอริดา
Image

รับมอบธงของรัฐฟลอริดา
Image

รับมอบของที่ระลึก
Image

แลกเปลี่ยนของที่ระลึก
Image

งานเลี้ยงรับรอง
Image

Image

ออกสัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ที่อเมริกา
Image

Image





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 00.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ตามต่อ
.
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน