Hiriotappa

Back Sign in

รายละเอียด

มาถึงตอนสุดท้ายแล้วของหัวข้อนี้ในปีนี้นะครับก็ตือการประกบคู่ว่า คู่ไหนเป็นที่น่าพูดถึงกันบ้างในยุคต้นๆ 90 ซึ่งถือว่าเยอะมาก

คู่แรก หลีหมิง โจวไห่เม่ย

โจวไห่เม่ยนั้นดังมาก่อนจากละครยาวประกบวั่นจื่อเหลียงหลายๆเรื่องในขณะที่หลีหมิงนั้นดังตามมาจากละครสั้น 20 ตอนหลายๆเรื่องซึ่งได้รับบทนำเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งมาเจอกันในผลงานอย่าง ย้อนรักรอยอดีต ในปลายยุค 80 ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากพลังวัยรุ่นของทั้งสองนักแสดง ทำให้กลายเป็นที่ชื่นชอบและอยากให้ทั้งสองเล่นคู่กันอีกจนมาถึงงานอย่าง เพื่อนรักเพื่อนแค้น ในยุค 90 ที่ทำให้ทั้งคู่โด่งดังถือเป็นพระเอกนางเอกระดับแนวหน้าของค่ายในที่สุด ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นทั้งคู่เล่นละครด้วยกันอีกเลย แต่ในภาพยนตร์นั้นเรียกได้ว่ามีตามต่อมาอีกพอสมควรหลายเรื่องครับแต่ก็สู้การประกบคู่ระหว่าง หลีหมิง กับ หลี่เจียซิน ไม่ได้

คู่ที่สอง เวินเจ้าหลุน เส้าเหม่ยฉี

เส้าเหม่ยฉีนั้นดังมาก่อนอีกเช่นกันในบทเสี่ยวเจียวจากดาบมังกรหยกและบทบาทแนวรันทดอีกหลายเรื่องก่อนทางค่ายจะมอบบท พยาบาลสาว ที่โดนเวินเจ้าหลุนหลอกฟันแล้วทิ้ง ในคู่แค้นสายโลหิต ซึ่งคู่นี้เป็นอีกคู่ที่แฟนๆชื่นชอบกันมากจนกระทั่งทางค่าย มีละครยาวให้เล่นกันอย่าง เลือดเจ้าพ่อ ตามมาในปีถัดๆมา ซึ่งบทนักข่าวสาว สืออีหมิง กับ บทลูกชายที่พ่อเลี้ยงเป็นเจ้าพ่อ แต่พ่อแท้ๆเป็นตำรวจอย่าง ฉีเฮ่าหนานนั้น ถือว่าเป็นบทเด่นที่แจ้งเกิดทั้งสองคนในฐานะพระเอกนางเอกแถวหน้ากับละครยาวได้เป็นอย่างดี (ซึ่งจะว่าไปมันมีกลิ่นมาจากละครคู่แค้นสายโลหิตนั่นแหละครับ เนื่องจากเหตุที่ว่า ในบทนั้น ติงโหย่วคัง หรือ เวินเจ้าหลุนนั้นจะต้องทิ้งเส้าเหม่ยฉี ไปมีรักใหม่กับ ทนายสาว ฝงเหม่ยซิน ที่รับบทโดย ซังเทียนเอ๋อ แต่ทว่าในตอนนั้น ตัวซังเทียนเอ๋อเองไม่ได้ลดน้ำหนัก ดังนั้นพอออกกล้องมาเธอก็เลยดูอ้วนๆเหมือนคุณป้าแก่ๆ ซึ่งแฟนๆก็ต่างไม่ชอบอกชอบใจไปตามๆกัน เพราะคิดว่าคู่ เวินเจ้าหลุน เส้าเหม่ยฉี หล่อสวยกว่าเป็นไหนๆนั่นเอง) และต่อมาความนิยมก็ไม่ได้เสื่อมถอยครับเพราะทางค่ายจับคู่นี้มาลงละครคู่กันอีก ในละคร เพื่อนรักเพื่อนแค้น เป็นหนที่สาม แต่แม้ว่าจะไม่ได้เล่นคู่กันก็นับว่ามีบทบาทเชือดเฉือนกันไม่น้อยในเรื่อง จนกระทั่งหลีหมิงกับโจวไห่เม่ยหมดสัญญาไป ดังนั้นเจ้าพ่อเจ้าแม่ละครยาวจึงเหลืออยู่แค่เขากับ เส้าเหม่ยฉีเท่านั้น ทางค่ายจึงจับมาลงละครคู่กันอีกใน ไฟอารมณ์ แต่บทบาทนั้นออกจะส่งเส้าเหม่ยฉีเป็นพิเศษดังนั้นบทบาทของเวินเจ้าหลุนในเรื่องนี้จึงไม่ค่อยเด่นเท่าใด

คู่ที่สาม หลิวชิงหวิน โจวฮุ่ยหมิ่น กัวอ้ายหมิง

คู่สามคนนี้เป็นต้นแบบของรักสามเส้าที่ดูเข้มข้นเหมือนจริงประมาณ เตียบ่อกี้ เตี๋ยเมี่ยง และ จิวจี้เยียก ในดาบมังกรหยก ที่หลังจากพอละคร เจ้าพ่อตลาดหุ้น ออกฉายก็มีละครและบทลักษณะนี้ตามออกมามากมาย เพียงแต่ไม่มีใครร้ายแบบ จิวจี้เยียกก็เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทางค่ายพยายามเฉลี่ยบทให้มีความสำคัญเท่าๆกันในเรื่อง ดังนั้นบทของทั้งสามคนในเรื่องจึงถูกเขียนมาไว้ให้เกิดโดยตรงเลยก็ว่าได้ เนื่องจากละครเรื่องนี้นั้นส่วนที่เน้นการต่อสู้กับตัวร้ายในเรื่องยังไม่ค่อยมากเท่าเนื้อหารักสามเส้าในเรื่อง ถือเป็นต้นแบบประเภทที่รักทั้งคู่แต่รักใครมากกว่ารักแบบไหนเป็นการรักเพราะทุ่มเท หรือ สงสาร นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ที่ถูกรักหรือรักคนอื่นอยู่นั้นใส่ใจกับคุณสมบัติข้อไหนมากกว่ากัน ซึ่งหลังๆนั้นก็มีละครที่มีบทแบบนี้ตามมานับไม่ถ้วน

คู่ที่สี่ กวนหลี่เจี๋ย หลีจือ

คู่นี้มาจากพื้นฐานความเป็นตัวแสบตัวซ่าส์ของเรื่องแต่พื้นฐานแล้วก็ยังเป็นคนที่มีจิตใจดีอยู่ เนื่องจากละครเรื่องแรกที่ประกบคู่กัน บทของทั้งคู่เป็นบทของหญิงโวยวายชายจอมซ่าส์ ในสายรักสายเลือด ดูแล้วน่ารักน่าชังลืมวัยจริงของทั้งคู่ไปได้เลย(เพราะในเรื่องมีคู่ของจูเจียงที่แก่กว่าดังนั้น บทบาทของคู่นี้เลยไม่ขัดเขินนัก ซึ่งใบหน้าอันอ่อนวัยของนักแสดงสาวหลีจือนั้นเรียกได้ว่าช่วยกระชากวัยพระเอกกวนหลี่เจี๋ยได้มากมาย) ซึ่งจริงๆแล้วบทและเนื้อหาของคู่นี้นั้นแทบไม่ค่อยมีอะไรแต่ถือได้เลยว่าเป็นตัวเดินเรื่องที่สำคัญมากอีกคู่หนึ่ง จนกระทั่งมาเจอกันอีกใน Eastern Hero ที่แม้จะมี หลี่เคอะฉินมาแชร์บท แต่ความน่าสนใจในการที่นักแสดงสองคนนี้มาเล่นคู่กันก็ยังคงน่าสนใจ ดึงดูดให้คนมาดูละครเรื่องนี้ด้วยสาเหตุที่ว่าหลี่เคอะฉินนั้นยังใหม่เกินไปกับละครนั่นเอง

คู่ที่ห้า จางจื่อหลิน จูอิน

ก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง ในเวอร์ชั่นของคู่นี้ทำออกมาแล้วดูเหมาะมากๆตามแคแรคเตอร์ตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอึ้งย้ง ที่ผอมเพรียว คล่องแคล่ว ไม่ดูอวบๆบานๆตันๆ เหมือนกับว่าการเลือกตัวละครและคอสตูมกลับเข้ามาเป็นอะไรที่อิงกับบทประพันธ์ดั้งเดิมอีกครั้ง และแม้ว่าบางส่วนจะเน้นมากเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ค่อยพบเห็นส่วนใดว่าซ้ำซากกับเวอร์ชั่นก่อนหน้า ซึ่งอาจกล่าวได้นั่นเองครับว่าเป็นการหาแง่มุมใหม่มาสร้างเวอร์ชั่นนี้ได้อย่างค่อนข้างดี (แต่ส่วนตัวแล้วเห็นว่าเน้นตัวละคร อาวเอี้ยงเข่ง เยอะไปหน่อย) มีการดำเนินเรื่องรวดเร็วฉับไวไม่เยิ่นเย้อ พระเอกนางเอกก็ดูรุ่นใหม่ควรค่ากับบทรุ่นๆในบทประพันธ์เป็นอย่างดี เพราะจางจื่อหลินนั้นเคยเกล้าผมมัดจุกใน มังกรหยก ตอน คัมภีร์มารนพเก้า มาก่อน บุคลิกออกมาดูเซ่อๆซื่อๆ ดังนั้นจึงถูกใจผู้กำกับให้มารับบทก๊วยเจ๋งในที่สุด โดยมีกระแสเชียร์กันว่าแรกๆนั้นจะให้ เจิ้งอี้เจี้ยน กับ หยวนหย่งอี้ หรือ เหลียงเสี่ยวปิง รับบท ก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง

คู่ที่หก จางเหว่ยเจี้ยน เฉินฝะหยง

คู่นี้ดังมาจากละครแนวสากลด้วยกันสองเรื่องติดต่อกันครับ คือ ตี๋ใหญ่ เลือดมังกร และ ศึกสองตระกูลใหญ่ ความยาวทั้งสองเรื่องรวมกัน 60 ตอน ซึ่งทั้งสองคนมีบทบาทเข้าคู่กันทั้งสองเรื่องจนทำให้เกิดความนิยมขึ้นมาเนื่องจาก เป็นที่รู้ๆกันว่า นางเอกนางงามฮ่องกงปี 1989 โมนิก้า เฉินฝะหยง นั้นเป็นนางเอกที่มีส่วนสูงมาก แต่พระเอกจางเหว่ยเจี้ยนนั้นค่อนข้างจะเตี้ย ดังนั้นการประกบคู่ของทั้งสองคนจึงดูแปลกๆในตอนแรก แต่ไปไปมาๆก็กลายเป็นของแปลกไป และเป็นเพราะเล่นด้วยกันเยอะเมื่อหมดสัญญากัน จอมยุทธอุ้ยเสี่ยวป้อเวอร์ชั่นไต้หวัน จึงมีทั้งสองมาประกบคู่ด้วยกันอีก

คู่ที่หก อู๋เจิ้นยี่ หลีเหม่ยเสียน

คู่นี้จริงๆเป็นรุ่นลายครามมาตั้งแต่ยุค 80 แต่ไม่เคยเล่นคู่กันเลยจริงจัง จนกระทั่งรายเก่าๆหันเหย้ายค่ายออกไปเหลือแต่ทั้งคู่ที่เป็นเหมือนนักแสดงฝีมือดีในค่าย ทางค่ายจึงอัดละครให้ทั้งคู่เจอกันหลายต่อหลายเรื่องและประกาศส่งเสริมนักแสดงทั้งสองรายนี้อย่างเต็มที่ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นละครแนวสากล อย่าง มือปราบคู่เดือด หรือ แนวโบราณอย่าง เหยี่ยวนรกทะเลทราย ทางค่ายนั้นเขียนบทให้ทั้งสองคนเด่นกันทั้งเรื่องอย่างเห็นๆ โดยเฉพาะอู๋เจิ้นหวี่นั้นหลังจากโด่งดังจากบทร้ายมาโดยตลอด ช่วงต้นยุค 90 นี่แหละครับที่ทางค่ายป้อนแต่บทพระเอกให้ ส่วนนางเอกสาว หลีเหม่ยเสียนนั้น บทบาทที่ได้รับนั้นก็หนักๆท้าทายความสามารถทั้งสิ้น ทั้งบทสาวสวยรวยความสามารถ มีความมั่นใจสูง และ บทฝาแฝดคนหนึ่งดีคนหนึ่งร้าย ดังนั้นจึงถือได้เลยว่านี่น่าจะเป็นอีกคู่ที่ถูกจัดอันดับไว้ได้

คู่ที่เจ็ด หลี่จื่อสง เหมาซุ่นหวิน

คู่นี้ส่วนใหญ่เน้นละครแนวสากลซึ่งนับแล้วมีด้วยกันจำนวนสามเรื่องที่เล่นประกบกันในต้นๆยุค 90 ครับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นบทวัยกลางคนวัยทำงานกันไปแล้วซึ่งเหมาะกับวัยของนักแสดงทั้งสองเป็นอย่างดี เพราะจริงๆเหมาซุ่นจวินก็รับงานภาพยนต์อยู่เช่นกันและมีบางเรื่องที่ทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันอีกต่างหาก ดังนั้นพอมาถึงงานละคร พระเอกที่จับมาคู่กับเธอจึงค่อนข้างจำกัด เป็นต้นว่า มีแค่ เซียะยี่ หรือ หลี่เหลี่ยงเหว่ย  ซึ่งทั้งๆที่เธอมีงานละครยุค 80 มากกว่า แต่ผลปรากฏว่างานเหล่านั้นดังคนเดียวงานประกบคู่ที่ดังๆชัดๆไม่มีให้พูดถึง ดังนั้นพอมาประกบกับ หลี่จื่อสง ในยุค 90 ก็เลยอาจจะพูดได้นั่นเองครับว่า การประกบคู่กันของทั้งสองน่าจะถูกใจความนิยมของชาวฮ่องกงเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่เล่นด้วยกันตามมาในแนวๆเดียวกันถึง สามเรื่องแบบนี้

คู่ที่แปด เดวิดเจียง เฉินซิ่วเหวิน

สองคนนี้ดังมาจากความเก๋าล้วนๆจากละครเรื่องรอยรักลางสังหรณ์ ในเนื้อหาประเภท ผัวมีเมียน้อยกับภรรยาเฉิ่มเบ๊อะ ไม่ดูแลตัวเองและไม่คิดว่าสามีจะนอกใจ ซึ่งแต่ละคนก็นับว่าเล่นได้ดีมาก(แต่เด็กที่เล่นเป็นลูกในเรื่องน่ารักที่ซู้ด) เหมือนพลิกบทบาทการแสดงไปเลยเพราะไม่เคยเห็นใครมาเล่นบทแบบนี้แล้วจะดัง ซึ่งจากข่าวตามสื่อบันเทิงฮ่องกงนั้นพบว่า เรทติ้งนั้นสูงมากเป็นประวัติการณ์พอๆกับละครยาวหรือละครประจำปีของค่ายเสียอีก ซึ่งบทนั้นเป็นตัวหลักของเรื่องเลยทีเดียว และในชีวิตจริงเธอก็มีปัญหากับ หลินกั๋วสง ตัวจริงในชีวิตคู่ของเธอ ส่วนเดวิดเจียงนั้นก็เป็นที่ฮือฮามากเมื่อย้ายค่ายมาอยู่ ทีวีบี เพราะไม่ว่าจะเป็นเดชไอ้ด้วน หรือ หนังฟันดาบจาก ชอว์บราเดอร์ ในอดีต ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่ยังเป็นที่ติดตราตรึงใจแฟนๆชาวฮ่องกงทั้งสิ้น ทีนี้พอหันมาเล่นละครแนวสากล มันก็เลยเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจตามมาก่อน ครั้นพอเนื้อเรื่องและนักแสดงตีบทแตกกันใหญ่ มันก็เลยเกิดประสบความสำเร็จตามมา โดยเฉพาะนักแสดงอย่าง โจวเจียหลิง ที่เล่นเป็นภรรยาน้อยนั้น จัดได้ว่าแม้เธอจะประกวดนางงามมาแล้วได้ตำแหน่งรองๆความดังก็ยังไม่เท่าที่ได้รับจากละครเรื่องนี้ จนมีงานถ่ายภาพแบบปลุกใจเสือป่า และงานแนวโชวเรือนร่างหวือหวาออกมาให้เธอเลือกเล่นกันไม่หวาดไม่ไหว

คู่ที่เก้า เส้าจงเหิง หลี่หวั่นหัว

คู่นี้เจอกันมาก่อนในละครความยาว 20 ตอนจบครับและด้วยความเท่ห์ของพระเอกและความคมสวยบาดใจของนางเอกที่หน้าตาเหมือนแขกขาวตาโตก็เลยเป็นที่ถูกอกถูกใจกันจนกระทั่งทางค่ายจับทั้งคู่ไปเล่นในงานอื่นๆประกบนักแสดงดังๆมากมาย รวมถึงประกบกันเองก็มีในบทที่ไม่ได้เล่นคู่กันในละครบางเรื่อง ทำให้ทั้งคู่เป็นที่น่าจับตามองในฐานะคนสองคนที่ทางค่ายตั้งใจจะปลุกปั้นอย่างเต็มที่ จนกระทั่งมาเจอกันใน คุณพ่อยังไม่ได้แต่งงาน ละครแนวตลก ความยาวเพียง 20 ตอนจบ แต่เนื้อหานั้นถูกใจชาวฮ่องกงมาก นั่นเลยทำให้ทั้งคู่จัดได้ว่าเป็นคู่ขวัญอีกคู่หนึ่งที่สร้างมาด้วยกันในยุคต้น 90 เพราะดังในเวลาเดียวกันนั่นเอง

คู่ที่สิบ  กัวฟู่เฉิง เหลียงเสี่ยวปิง หยวนเจี๋ยอิ๋น

สามคนคู่นี้หลายๆคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมเป็นคู่สามคน เหตุผลเป็นแบบนี้ครับว่า กัวฟูเฉิงนั้นมีละครยาว 2 เรื่อง  คือ กระบี่ลมกรด และ ไฟรักไฟริษยา เป็นพระเอกทั้งสองเรื่อง แต่ทว่า นางเอกสาวในเรื่องกระบี่ลมกรดคือ เหลียงเสี่ยวปิง แต่ใน ไฟรักไฟริษยา นั้นมีหยวนเจี๋ยอิ๋นเล่นด้วย ทีนี้ หยวนเจี๋ยอิ๋น ก็มีบทเด่นใน กระบี่ลมกรดเช่นกันแต่ไม่ใช่นางเอก ดังนั้นการประกบคู่ที่ถูกอกถูกใจใครต่อใครจึงมีผลตามมานั่นเอง เนื่องจากคนดูเกิดไปชอบบทบาทของ หยวนเจี๋ยอิ๋น ในกระบี่ลมกรดมากกว่า ดังนั้นเรื่องต่อมาอย่างไฟรักไฟริษยา จึงอยากให้ทั้งคู่มาเล่นด้วยกันอีกนั่นเอง ส่วนแฟนๆเหลียงเสี่ยวปิงนั้นเล่าก็มีมากมายมาตั้งแต่ จอมโจรดาบทอง หรือ ป้ายทองประกาษิต ดังนั้นถือได้ว่ามีคนชื่นชมการประกบคู่ของเธอกับ กัวฟูเฉิงในเรื่องนี้ไม่น้อย ดังนั้นนี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่จัดคู่ของทั้งสามคนไว้แบบนี้นั่นเองครับ

คู่ที่สิบเอ็ด หลินเหวินหลง ไช่เส้าเฟิน

ทั้งสองคนนี้นั้นจริงๆแล้วมีงานละครสั้นยาวให้เล่นมากมายแต่เรื่องที่ประกบคู่กันเด่นๆเลยคือเรื่องนี้ ในบทหญิงร้ายชาวเลว ซึ่งความสวยและความหล่อของทั้งคู่ และฝีมือการแสดงก็ทำได้สมบทบาทมากโดยเฉพาะไช่เส้าเฟินนั้นสวยและสดมากจากเรืองนี้(ก่อนที่จะเล่นมันทุกบทจนกลายเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทในเวลาต่อมา) ภายหลังทั้งคู่ไม่ได้เล่นด้วยกันอีกเลยเพราะพอเริ่มดังขึ้นทางค่ายก็หันให้ไปประกบกับหน้าใหม่ๆแทน แต่พอเวลาผ่านไปจนถึงยุค 2000 ทั้งคู่ก็กลับมาเจอกันอีกหนในละครยาวเรื่อง อาชาผยอง

คู่ที่สิบสอง เฉินเสี่ยวหาว กวนเป่าฮุ่ย

จริงๆคู่นี้อาจจะเป็นหลอเจียเหลียงและกวนเป่าฮุ่ยใน มังกรหยก แต่ทว่าดูๆไปแล้วบทบาทไม่ค่อยน่าสนใจเท่าเรื่องอื่นๆ หรือ เวอร์ชั่นอื่นๆที่น่าจะดูดีกว่า ดังนั้นจึงนำเหตุการณ์ที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ละครเรื่องไอ้ด้วนดาบประกาษิตที่ เฉินเสี่ยวหาว และ กวนเป่าฮุ่ยเล่นมาพูดถึง ซึ่งคำชมที่ว่านั้นเป็นเพราะว่าเนื้อเรื่องในเวอร์ชั่นละครนั้นดูสนุกไม่ขัดตา และดูเหมือนผู้เขียนบทพยายามเอาบทจากภาพยนต์ของเดชไอ้ด้วนทั้งหมดมารวมเขียนกันเป็นละครยาว รวมกับการเลือกตัวแสดงที่ถือว่าทำได้ดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเฉินเสี่ยวหาวนั้นแม้ว่าจะเคยเล่นภาพยนตร์มาก่อน แต่แนวโบราณก็จัดได้ว่าดังจริงๆจังๆจากเรื่องนี้นั่นแหละครับ แต่เป็นเดชไอ้ด้วนที่ออกจะรักเดียวใจเดียว และ อ่อนโยนกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นในบทละครยาวเขาจึงเล่นออกมาได้เป็นอย่างดี เพราะเนื้อหานั้นต้องขยายความสัมพันธ์หรือความผูกพันกับตัวละครหญิงในเรื่องทั้งสามคน อย่าง กวนเป่าฮุ่ย หยังหลิง และ เหอหวั่นอิน ให้เห็นตามมาด้วยเป็นพิเศษ ส่วนกวนเป่าฮุ่ยกับความเป็นทอมบอย นั้น ทีวีบี ใช้สูตรสำเร็จเดิมๆคือจับมาแต่งหญิงเล่นละครแนวโบราณหลายๆเรื่องซ้อนๆกันทั้งๆที่ในแนวสากลนั้นยังคงบุคคลิกเดิมของเธอไว้ แต่นั่นก็ถือว่าใช้ได้ในแง่ของความแปลกใหม่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดกับ หยังพ่านพ่าน เพราะบทที่เธอเล่นนั้นส่วนใหญ่จะไม่ใช่สาวน้อย แต่เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมีอายุแล้วนั่นเอง ซึ่งผลเสียที่ได้นั้นเกิดขึ้นกับมังกรหยกเวอร์ชั่นจางจื่อหลิน ที่มกเนียมฉือนั้นออกจะดูแก่เกินไป แต่ในเรื่องอื่นๆอย่าง ฤทธิ์มีดสั้น หรือ ไอ้ด้วนดาบประกาษิต นั้นถือว่า ดูแล้วไม่ขัดเขินแต่อย่างใดซึ่งนั่นอาจจะมาจากเหตุผลของวัยและส่วนสูงของนักแสดงที่นำมาเล่นบทนำร่วมด้วย

คู่ที่สิบสาม เจิ้งอี้เจี้ยน เฉินสุงหลิง

คู่นี้จริงๆแล้วในยุค 90 คงต้องบอกว่าเป็นคู่ขวัญแห่งยุคครับ เพราะกล่าวได้เลยว่าเป็นขวัญใจวัยรุ่นในสมัยนั้น มีละครหลายๆเรื่องเล่นติดๆกันทั้งแนวโบราณและแนวสากล เรื่องดังๆ อย่าง ศึกเทพยุทธเขาซูซัน ตอน ทายาทมารโลหิต และ จอมบงการ อีกทั้งยังเป็นศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยม มีเพลงประกอบละครและอัลบั้มของตัวเองออกมามากมาย เป็นคู่ขวัญใจนักฟัง ด้วยอีกต่างหาก ความสำเร็จของการประกบคู่เริ่มจากความดังของเฉินสุงหลิงจาก โจวเสียนนักร้องเสียงทอง ที่เล่นกับ หลีหมิง หลังจากเข้าท่าเข้าทาง ทางค่ายก็จับพระเอกหน้าใหม่อย่างเจิ้งอี้เจี้ยนประกบตามใน ตะวันในดวงใจ ซึ่งได้รับความนิยมเพราะความใหม่สดของนักแสดง ซึ่งเรืองนี้เองนั่นแหละครับที่ทำให้ มีแฟนๆชอบอกชอบใจกันไปจนมีคนเรียกร้องอยากจะเห็นคู่นี้เล่นกันอีก ดังนั้นทางค่ายจึงปล่อยผลงานอีกหลายต่อหลายเรื่องให้ทั้งคู่เล่นด้วยกันในลุคซ์ หนุ่มผมยาวสาวผมสั้น จนเป็นที่ฮือฮานั่นเอง โดยสูตรสำเร็จดังกล่าวนั้นทำเหมือนจะทำกี่ครั้งก็ถูกใจแฟนๆไปซะหมด ดังนั้นนับๆแล้วละครที่ทั้งคู่เล่นด้วยกันน่าจะมีเกิน 6-7 เรื่องและทุกเรื่องประสบความสำเร็จหมด แถมยังแจ้งเกิดนักแสดงคนอื่นๆตามมาอีกหลายรายครับ แต่ทว่าเพราะความดังนั่นเองที่ทำให้ไม่ค่อยเห็นคู่นี้เจอกันอีกนอกจาก การร้องเพลงที่อาจจะมีการเชิญแขกรับเชิญมา ร่วมร้องเพลงตามรายการหรืองานต่างๆ ซึ่งเหตุผลนั้นก็เนื่องมาจากเหตุที่ว่าพอดังแล้ว การกระจายนักแสดงไปประกบคนอื่นจะทำให้แจ้งเกิดคนใหม่ๆได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ปัจจุบันทั้งคู่นั้นสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคู่ชีวิตนั้นมีอายุอ่อนกว่ามากทั้งคู่ หากมีการประกบคู่กันอีกก็อาจจะออกมาในอีกแนว เพราะจริงๆทั้งคู่ก็อายุไม่น้อยแล้ว ซึ่งจะว่าไปคู่ขวัญในยุค 90 ตอนต้นในวงการละครนั้นคงต้องยกให้คู่นี้ได้รับตำแหน่งไปครับ เนื่องจากมีละครเล่นด้วยกันถึง 6-7 เรื่องและประกบคู่เป็นพระเอกนางเอกด้วยกันทั้งสิ้น

 สัดส่วน 4 ต่อ 5 สำหรับชายดีหญิงเด่นครับ ซึ่งนับว่ามีนักแสดงชายดังๆมากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา แทนที่อัตราส่วนนักแสดงหญิงต่อชายจะมีมากกว่าเหมือนยุคก่อนๆ คราวนี้กลับใกล้เคียงกันและดูเหมือนผู้ชายจะเยอะกว่า โดยเหตุผลนั้นก็เนื่องมาจากเหตุที่ว่า บทประพันธ์ฮิตๆที่มีตัวละครหญิงเยอะๆนั้นเพิ่งสร้างกันไปหมาดๆเมื่อไม่ถึง 10 ปีก่อน ดังนั้น ประเภท อุ้ยเสี่ยวป้อ หรือ มังกรหยก เอี้ยก้วย หรือ เตียบ่อกี้ จึงไม่สามารถนำมาสร้างใหม่ได้กระชั้นชิดขนาดนั้น ซึ่งกรณีที่มีการนำงานเก่าๆกลับมาสร้างนั้นจะเกิดขึ้นในยุค ถัดไปคือกลาง 90 ตั้งแต่ 1995-2000 ที่การระบายนักแสดงและการปั้นคนใหม่ต้องทำให้ทันใช้แทนคนเก่าๆที่ย้ายค่ายหรือหันไปเล่นละครและภาพยนตร์ที่อื่น ซึ่งเรื่องของนักร้องและนักแสดงจากวงการภาพยนตร์ที่ทะลักเข้ามาเล่นละครเพิ่มขึ้นนั้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับที่เป็นสาเหตุบ่งบอกว่า นักร้องชาย หรือ นักแสดงชายมีเพาเวอร์มากกว่านักแสดงหญิงหรือนักร้องหญิง เนื่องจากความเป็นนักร้องชายนั้นจะนำพาแฟนเพลงที่เป็นทั้งผู้หญิงผู้ชายตามมาด้วย แต่เพลงแบบผู้หญิงนั้นจะมีแฟนๆติดตามเฉพาะกลุ่มเท่านั้นไม่เยอะเหมือนนักร้องชาย ส่วนในแง่ของนักแสดงภาพยนตร์นั้นยุค 80 ที่ผ่านมาภาพยนตร์แนวบู๊และตลกได้รับความนิยมมาก แต่กระนั้นก็ตาม นักแสดงชายก็ยังเป็นตัวเมนที่เป็นตัวเดินเรื่องที่ผู้กำกับแต่ละท่านนิยมมากกว่านักแสดงหญิงดังนั้นผลที่ออกมาจึงเป็นเช่นนี้ ที่การเฉลี่ยบทของฝ่ายชายจะมีมากกว่า และก่อนจากกันกับหัวข้อยาวมาราธอนหัวข้อนี้นั้น ก็อยากจะบอกกล่าวกันครับว่าหัวข้อนี้จะยังคงมีต่อไปเรื่อยๆทุกปีจนกว่าจะทันยุคทันสมัยปัจจุบัน แน่นอนว่ามีที่นี่ที่เดียวครับและหากผิดพลาดประการใดตัวเองก็ได้แก้ไขข้อมูลไปบ้างแล้วพร้อมๆกับเพิ่มข้อมูลไปเรื่อยๆเมื่อมีโอกาส ดังนั้นหากผู้ใดอยากจะอ่่านเพิ่มเติมก็สามารถหาอ่านย้อนหลังในตอนเก่าๆได้ครับ

 

เมนู